วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ตัวอย่างของระบบ OA เครื่องถ่ายภาพรังสี (X-RAY)

เครื่องเอ็กซเรย์เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นในการช่วยวิเคราะห์และวินิจฉัยโรคเกี่ยวกับฟันอย่างหนึ่งมีหลายชนิดเพื่อวัตถุประสงค์และเทคนิคการถ่ายที่แตกต่างกันประโยชน์ที่ได้รับก็แตกต่างกันด้วย เครื่องเอกซเรย์กะโหลกศีรษะ : ใช้ในการวิเคราะห์ความผิดปกติของเนื้องอกในกระดูกขากรรไกร ฟันคุด ฟันฝัง ความผิดปกติของรากฟัน อุบัติเหตุกระดูกขากรรไกรแตกร้าว รวมถึงช่วยวิเคราะห์ก่อนการจัดฟัน เป็นการเอ็กซเรย์ภายนอกช่องปากแต่สามารถเห็นขากรรไกรทั้งบน - ล่าง ฟันทุกซี่ได้พร้อมกัน รวมทั้งบางส่วนของไซนัส ข้อต่อขากรรไกร กระดูกสันหลังช่วงคอและกระดูกฐานจมูกอีกด้วย เพราะในบางกรณี เช่น ปวดฟันกระทั่งไม่สามารถอ้าปากได้การที่ต้องใส่ฟิล์มเข้าในปากเพื่อตรวจหาสาเหตุ คงเป็นเรื่องที่ทรมานอย่างแสนสาหัส : เทคนิคในการเอ็กซเรย์ที่ต่างกันก็จะได้ภาพและผลลัพธ์ที่ต่างกันด้วย เพราะถ้าเปลี่ยนท่ายืนจากด้านหน้าเป็นด้านข้าง ก็จะสามารถได้ภาพที่ช่วยวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของกระดูกขากรรไกรในแนวหน้า - หลังได้ชัดเจน

เครื่องเอ็กซเรย์ภายในช่องปากระบบดิจิตอล : เป็นเครื่องเอ็กซเรย์ภายในช่องปากที่ไม่จำเป็นต้องใช้ฟิล์มในการรับภาพ แต่จะใช้เซนเซอร์ที่มีขนาดเท่าฟิล์มทั่วไปเป็นตัวรับภาพ ซึ่งจะต่อกับระบบคอมพิวเตอร์ปรากฏภาพในจอได้ทันที สามารถทำซ้ำและจัดเก็บในฮาร์ดดิสค์ได้ ป้องกันการสูญหายของฟิล์ม ประหยัดเวลาเพราะไม่ต้องรอล้างฟิล์ม ระยะเวลาในการเอ็กซเรย์ฟิล์มทั่วไปประมาณ 0.65 วินาที แต่สำหรับระบบดิจิตอลใช้เวลาเพียง 0.16 วินาทีเท่านั้น ทำให้ปริมาณรังสีที่ได้รับลดปริมาณลง

CT Scan: Computed Tomography Scanner เป็นเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่เกิดจากการคิดค้นของวิศวกรชาวอังกฤษชื่อ G.Hounsfields ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1970 โดยสอดร่างกายคนไข้ที่นอนบนเตียงเข้าไปในอุโมงค์ของเครื่อง และใช้รังสีเอกซเรย์ (X-Ray) ส่องผ่าน (Scan)อวัยวะส่วนที่ต้องการตรวจไปสู่ตัวรับสัญญาณ แล้วใช้คอมพิวเตอร์ในการคำนวณและสร้างภาพ (Image)ออกมา ซึ่งแต่เดิมในการส่องผ่านแต่ละครั้งจะได้ภาพเพียงภาพเดียว ในปัจจุบันมีการพัฒนาโดยสามารถสร้างภาพได้หลายภาพ ทำให้ได้ภาพที่มีความละเอียดและชัดเจนมากขึ้น โดยใช้ระยะเวลาในการตรวจสั้นลง และสามารถนำไปสร้างเป็นภาพ 3 มิติได้

เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์

ประโยชน์ของ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์
1. ช่วยในการตรวจวินิจฉัยความผิดปกติของอวัยวะต่างๆในร่างกาย รวมทั้งสามารถตรวจหลอดเลือด และกระดูกได้
2. ช่วยบอกระยะของโรค (กรณีที่เป็นมะเร็ง)
3. ใช้ในการตรวจติดตาม หลังการรักษา
4. ช่วยในการบอกตำแหน่ง เพื่อนำชิ้นเนื้อมาตรวจทางพยาธิวิทยา
5. ช่วยบอกขอบเขตของก้อนในการรักษาด้วยรังสี (ฉายแสง)

ตัวอย่างอวัยวะที่ตรวจโดยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์

สมอง ( Brain )
คอ ( Neck )
ไซนัส ( PNS )
หลังช่องจมูก ( Nasopharynx )
ช่องปาก (Oral cavity)
กล่องเสียง ( Larynx )
ช่องท้องส่วนบน ( Upper Abdomen )
ช่องท้องส่วนล่าง ( Lower Abdomen )
ช่องท้องทั้งหมด ( Whole Abdomen )







ปอด ( Chest ) กระดูกคอ ( C-Spine )
กระดูกสันหลังช่วงอก ( T-Spine )
กระดูกสันหลังช่วงเอว ( L-Spine )
ส่วนอื่น ๆ เป็นต้น

การเตรียมตัวก่อนตรวจ
1. งดอาหาร, น้ำ และยาทุกชนิดก่อนตรวจ อย่างน้อย 6 ชั่วโมง เพื่อลดข้อแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากการฉีดสารทึบรังสี ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนในผู้ป่วยบางราย (ยกเว้นในการตรวจบางอย่าง หรือในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งรังสีแพทย์จะเป็นผู้พิจารณา)
2. ควรได้รับการเจาะเลือด (ตรวจ BUN, Cr) ก่อนการตรวจ
3. การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์บางชนิด อาจต้องมีการรับประทานยาระบายก่อน อย่างน้อย 1 วัน ก่อนตรวจ โดยเฉพาะในรายที่ต้องการตรวจบริเวณช่องท้องส่วนล่าง (Lower Abdomen) และช่องท้องทั้งหมด (Whole Abdomen)เป็นต้น
4. ผู้ที่มีประวัติภูมิแพ้ แพ้อาหารทะเล แพ้สารทึบรังสี โรคระบบทางเดินหายใจ โรคไต โรคเบาหวาน หรือมีโรคประจำตัวอื่น ๆ โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนทำการตรวจ
5. ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจ เช่น ผู้ป่วยเด็กที่มีอาการสับสน ไม่รู้สึกตัว อาจต้องพิจารณาให้ยาระงับความรู้สึก เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหว เป็นการป้องกันการได้รับรังสีมาก
6. หากผู้รับบริการได้รับการตรวจโดยการรับประทาน หรือสวนสารทึบรังสี คือ แป้งแบเรียมซัลเฟต (Barium Sulphate) เช่น การตรวจกระเพาะอาหาร (GI study) , การตรวจลำไส้ใหญ่ (Barium Enema) ซึ่งจะทำให้เกิดรอยที่ไม่พึงประสงค์ (artifact) ต่อภาพได้ ควรทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ก่อน หรือหลังการตรวจดังกล่าว 1 อาทิตย์ จนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีแป้งแบเรียมตกค้างอยู่ในร่างกาย

*-----------------------------------------------------*

อ้างอิง:

http://blog.spu.ac.th/

http://kolmic.com/

วันพุธที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

องค์ประกอบของระบบสำนักงานอัติโนมัติ

1 ความหมายของสำนักงานอัตโนมัติ


กอร์ดอน บี เดวิส (Gordon 1984) “สำนักงานอัตโนมัติ คือ การประยุกต์คอมพิวเตอร์และการสื่อสารในงานสำนักงานงานซึ่งประกอบด้วย พนักงาน นักวิชาชีพ และผู้จัดการ”เดวิด บารคอมบ์ (Barcomb 1989) “ในภาพกว้างแล้ว สำนักงานอัตโนมัติก็คือ การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการช่วยให้ผู้คนจัดการสารสนเทศ สำนักงานอัตโนมัติเป็นหลักการ เป็นวิธีการใหม่สำหรับคิดและดำเนินงานกับสารสนเทศ สำนักงานอัตโนมัติเป็นของจริง เป็นระบบที่ใช้งานได้ในทางปฏิบัติและมีอยู่จริง สำนักงานอัตโนมัติไม่ได้เป็นสิ่งที่เรียกว่า “สำนักงานในอนาคต” ซึ่งยังเป็นเพียงแนวคิดผสมทฤษฎีเท่านั้น”ชารลส์ เรย์ แจเน็ต ปาล์มเมอร์ และเอวีโวห์ล (Ray, Palmer and Wohl 1995) “สำนักงานอัตโนมัติเป็นหลักการที่เกี่ยวข้องกับการประสานโต้ตอบกันของผู้ที่อยู่ในสำนักงานโดยอาศับระบบและเทคโนโลยีเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์การ”ครรชิต มาลัยวงศ์ (ครรชิต มาลัยวงศ์ 2536) “แนวคิด และวิธีการนำคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์สำนักงานมาเชื่อมโยงกันด้วยระบบสื่อสารข้อมูล เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างรวดเร็ว และสะดวกสบาย ทั้งในด้านการผลิต และการเรียกค้นเอกสาร การประมวลผลข้อมูล การติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติงานทั้งภายในและภายนอกสำนักงาน การจัดงานนัดหมาย การประชุม และการตัดสินใจ”สำนักงานอัตโนมัติจัดตั้งขึ้นให้เป็นส่วนหนึ่งของสำนักงาน และทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนหน่วยงานให้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตรงเป้าหมายที่หน่วยงานได้กำหนดไว้



2. องค์ประกอบของสำนักงานอัตโนมัติ องค์ประกอบของสำนักงานอัตโนมัติแบ่งเป็น 5 ประเด็น

2.1 บุคลากร อาจแบ่งได้หลายกลุ่ม เช่น ผู้บริหาร นักวิชาชีพ นักเทคนิค เลขานุการ เสมียน และพนักงานอื่นๆ
2.2 กระบวนการปฏิบัติงาน

2.2.1 การรับเอกสารและข้อมูล
2.2.2 การบันทึกเอกสารและข้อมูล

2.2.3 การสื่อสารเอกสารและข้อมูล

2.2.4 การจัดเตรียมข้อมูลข่าวสารต่างๆ

2.2.5 การกระจายข่าวสาร

2.2.6 การขยายรูปแบบเอกสาร

2.2.7 การค้นคืนและการจัดเก็บเอกสารข้อมูล

2.2.8 การกำจัดและการทำลายเอกสาร

2.2.9 การดูแลความมั่นคงปลอดภัย

2.3 เอกสาร ข้อมูล สารสนเทศ

2.4 เทคโนโลยี

2.5 การบริหารจัดการ




หลักเกณฑ์ในการพิจารณาการตัดสินใจการนำเสนอระบบสำนักงานอัติโนมัติ

สำนักงานอัตโนมัติ (Office Automation) เป็นการนำเอาเทคโนโลยีใหม่มาใช้ช่วยให้การปฏิบัติงานในสำนักงานมีประสิทธิภาพมีความคล่องตัวสะดวกรวดเร็วมากขึ้น โดยการนำเอาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์มาใช้ในการจัดทำ การเก็บรักษา การส่งข้อมูลการติดต่อสื่อสารในสำนักงาน ทั้งยังเป็นการลดปริมาณกระดาษลง สามารถสื่อสารผ่านทางจอคอมพิวเตอร์ได้อย่างรวดเร็ว การจัดเก็บเอกสาร สามารถนำเอาเครื่องมือเครื่องใช้ในการจัดเก็บมาช่วยให้การจัดเก็บมีประสิทธิภาพมากขึ้นค้นหาได้ง่ายและประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมือเครื่องใช้และอุปกรณ์อื่นๆ อีกมากมายสำหรับสำนักงานอัตโนมัติ
การสร้างระบบที่ใช้ในการประมวลข่าวข้อมูลไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของข้อมูลที่เป็นตัวเลข รูปภาพข้อความ และเสียงที่มีระบบเป็นรูปแบบสามารถเก็บและเรียกมาใช้งานได้ตามต้องการ การบริหารข้อมูลข่าวสารสะดวกรวดเร็ว ปัจจัยที่สำคัญต่อระบบสำนักงานอัตโนมัติคือ ระบบการสื่อสาร โทรคมนาคม ซึ่งเป็นการสื่อสารเชื่อมต่อในการรวบรวมแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ดังนั้นการได้เปรียบเสียเปรียบจึงวัดกันที่ใครมีข้อมูลข่าวสารเพื่อนำมาตัดสินใจได้ดีกว่า ถูกต้องกว่าทันสมัยกว่าและรวดเร็วกว่าสำนักงานอัตโนมัติ (Office Automation) คือ กระบวนการในการนำเทคโนโลยีมาช่วยคนในสำนักงานให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เทคโนโลยีที่นำมาใช้นั้นรวมถึงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงานอัตโนมัติ เช่น เครื่องพิมพ์ดีดชนิดต่างๆ ที่อาศัยเทคโนโลยีชั้นสูง การสื่อสารด้วยเทคโนโลยีทางการสื่อสาร เช่น ระบบโทรศัพท์อัตโนมัติดิจิตอล โทรสาร การสื่อสารผ่านดาวเทียม ไฟเบอร์ออฟติค ฯลฯ การนำระบบสำนักงานอัตโนมัติมาใช้จะช่วยให้องค์การ

ข้อควรพิจารณาในการนำระบบสำนักงานอัตโนมัติมาใช้ในสำนักงานมีดังนี้
1. การวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้
2. การออกแบบระบบและอุปกรณ์อัตโนมัติ
3. การจัดหาอุปกรณ์และระบบอัตโนมัติ
4. การนำระบบสำนักงานอัตโนมัติมาติดตั้งในสำนักงาน
5. การประเมินผลและบำรุงรักษาระบบ